เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมในฐานะประธาน “สภาปัญญาสมาพันธ์” ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสภาปัญญาสมาพันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผมและเพื่อนนักวิชาการชั้นนำของประเทศได้รวมตัวกัน เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายแขนงวิชาที่มาร่วมกันศึกษา ค้นคว้า วิจัย ในเรื่องหรือประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ เพื่อช่วยนำเสนอแนวคิดและกำหนดทิศทางพัฒนาประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ที่คมชัด และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของประเทศอย่างแท้จริง
งานสำคัญชิ้นแรกของสภาปัญญาสมาพันธ์ คือ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เพื่อจัดทำ “ดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย (Thailand Effectiveness Index – TE Index)” หรือ ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของ 3 ภาคส่วนที่มีความสำคัญมากต่อการขับเคลื่อนประเทศ ได้แก่ (1) ภาครัฐ (public sector) เช่น สถาบันการเมือง รัฐสภา