ผมอยากจะเริ่มต้นบทความด้วยการขอบพระคุณและระลึกถึงพระคุณครู การเป็นครูยุคสมัยปัจจุบันมีความแตกต่างจากยุคอดีต เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต ครูควรมีการปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อจะทำให้การเรียนการสอนเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) กำลังเป็นกระแสสำคัญของโลกและเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของผู้คนมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI และมีแนวโน้มจะพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยไปถึงอนาคต มนุษย์จะต้องปรับตัวทำงานร่วมกับ AI เพราะกระแสโลกจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม
การศึกษาและการเรียนรู้เป็นอีกหนึ่งแวดวงที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาด้าน AI ปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
1.ผลกระทบเชิงบวกจากการนำ AI มาใช้เพื่อการศึกษา
โลกการศึกษาและการเรียนรู้มีการปรับตัวนำ AI มาใช้ประโยชน์มากขึ้นยิ่งกว่ายุคใด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เช่น ผลสำรวจการใช้ AI ในการช่วยเรียนของกลุ่มนักศึกษาแพทย์สาขารังสีวิทยาในไทย ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ BMC Medical Education ระบุ ผู้เรียนกว่า 90% มองว่า AI ช่วยให้การเรียนของพวกเขาราบรื่นขึ้น และหวังว่าสถาบันจะบรรจุวิชาที่เกี่ยวข้องกับ AI ในหลักสูตรในอนาคต ขณะที่งานศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Artificial Intelligence ปี ค.ศ. 2022 สนับสนุนว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่มอง AI เป็นเครื่องมือช่วยสืบค้น และทำให้ผู้เรียนไม่รู้สึกท้อถอยกับการเรียน เพราะมี AI เป็นผู้ช่วยกระตุ้นให้อยากเรียนรู้เรื่องเหล่านั้นลึกและกว้างขึ้น เช่นเดียวกับการเรียนระดับมหาวิทยาลัยในบางสาขาวิชาที่มองว่า AI ถูกนำมาใช้เพิ่มศักยภาพให้กับการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น (ไทยพีบีเอส, 2568) เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ AI จึงเป็นประโยชน์หากนำมาใช้อย่างถูกวิธี
2.ผลกระทบเชิงลบจากการนำ AI มาใช้เพื่อการศึกษา
AI ส่งผลกระทบเชิงลบในโลกของการศึกษาและการเรียนรู้ กรณีที่ครูและผู้เรียนนำ AI มาใช้ผิดวิธี เช่น เด็กไทยใช้ AI ทำการบ้านแทนและเชื่อระบบ AI โดยไม่ตั้งคำถาม สถาบันการศึกษาหลายแห่งในต่างประเทศแสดงความกังวลถึงอนาคตการสอนของผู้สอนที่อาจไร้ความหมาย เพราะผู้เรียนจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ AI สร้างคำตอบ การใช้ AI ประมวลผลข้อมูลทำให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดมากกว่าถูกต้องที่สุด หากผู้ใช้ไม่รอบคอบมากพออาจนำข้อมูลไปใช้จนเกิดความผิดพลาดได้ ผู้สอนนำ AI มาช่วยออกแบบและทำการสอน รวมถึงตรวจการบ้านผู้เรียน ทำให้ลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้สอน (ไทยพีบีเอส, 2568) เป็นต้น การนำ AI มาใช้งานจึงควรมีแนวทางการกำกับที่ชัดเจน
ความจำเป็นของการรู้เท่าทัน AI (AI literacy)
การรู้เท่าทัน AI คือ ความสามารถในการเข้าใจการทำงานของ AI รู้ข้อจำกัด หลักการใช้งาน รู้จักวิพากษ์ ตั้งคำถาม และตรวจสอบ ความถูกต้องของข้อมูลหรือสิ่งที่ได้จาก AI รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้งาน AI อย่างถูกวิธี
ปัจจุบันหลายประเทศตระหนักถึงความสำคัญของการรู้เท่าทัน AI และได้พัฒนาตัวช่วยในการใช้งาน AI เช่น สหราชอาณาจักรมีคู่มือการใช้ AI ในสถานศึกษา ออสเตรเลียมีกรอบการใช้ AI ในโรงเรียน เป็นต้น และหลายประเทศได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เช่น การบูรณาการ AI ในหลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ การออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้ AI การประยุกต์ใช้ AI ประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน การใช้ AI บริหารจัดการชั้นเรียน (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2567) เป็นต้น ขณะที่ไทยมีแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ระบุถึงการเตรียมความพร้อมด้าน AI ให้กับประชาชน
คำถามคือ ครูควรปรับอย่างไรในยุค AI ล้นหลาม ?
ผมมีข้อเสนอแนะบางประการที่เป็นประโยชน์กับครูไทยในการปรับตัวทำงานร่วมกับ AI ในยุค AI ล้นหลาม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ดังนี้
1.ครูมีการรู้เท่าทัน AI – AI literacy
ครูต้องสามารถใช้ AI อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทัน มีวิจารณญาณที่ดี มี “กระบวนธรรมะ-ปัญญา-รู้-คิด” (เกรียงศักดิ์, 2564) ในการพิจารณากลั่นกรองสิ่งต่าง ๆ พัฒนาการคิดครบองค์ประกอบการคิด (Thinking Constituents) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การคิดดีที่สุด และติดตามข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ AI อยู่เสมอ เพราะ AI เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อนาคตมีแนวโน้ม AI จะซับซ้อนมากขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น และแยกแยะยากขึ้น
การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะ AI เป็นสมรรถนะใหม่ ด้วยการออกแบบระบบการพัฒนาและการกำหนดมาตรฐานให้ครูทุกคนต้องผ่านเกณฑ์จึงจะสามารถทำการสอนได้ เพื่อให้แน่ใจว่าครูมีความเข้าใจการใช้งาน AI อย่างแท้จริง เช่น การอบรมการรู้เท่าทัน AI และปรับเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมให้ครูเข้ามาเลือกใช้ประโยชน์ เป็นต้น
2.ครูใช้ AI เป็นผู้ช่วยสอน
ครูมีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีทางเทคโนโลยี รู้ว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรเป็นประโยชน์ อะไรเป็นโทษ AI เป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เลือกใช้ด้านใดเป็นการตัดสินใจของผู้ใช้ ครูควรคิดตลอดเวลาว่าปรัชญาการศึกษาคืออะไร และเครื่องมือที่นำมาใช้ตอบโจทย์การศึกษาและการเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนสูงสุด
ครูสามารถนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยสอนได้ เช่น ช่วยลดภาระงานเอกสาร ใช้ในการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ช่วยหาตัวอย่างประกอบการสอน เป็นต้น ทั้งนี้การนำ AI มาใช้ในห้องเรียน ครูควรสอนผู้เรียนให้รู้จักใช้ AI เป็นและแน่ใจว่าผู้เรียนคิดวิพากษ์ แยกแยะได้ จึงจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนสูงสุด
3.ครูเป็นแบบอย่างใช้ AI ถูกวิธี
ครูเป็นบุคคลสำคัญควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำ AI มาใช้ประโยชน์ ด้วยการ คิดให้ถูก เป็นให้จริง สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น มีคุณธรรมจริยธรรมในการใช้ AI ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างผู้เรียนนักคิด นักวิชาการ ทำให้ห้องเรียนเป็น “เรือนเพาะชำทางปัญญา” มิใช่ “เรือนจำทางปัญญา” (เกรียงศักดิ์, 2540) ทำให้สติปัญญาของผู้เรียนเจริญงอกงาม
เริ่มต้นจากครูมีความเข้าใจ AI อย่างถ่องแท้ลึกซึ้งจนสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และฝึกฝนผู้เรียนให้ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ ให้คำแนะนำปรึกษา กำกับดูแลการใช้ AI ของผู้เรียน เช่น การอนุญาตให้ผู้เรียนใช้ AI ทำการบ้าน โดยให้แนบคำสั่งที่ใช้กับ AI มาด้วยทุกครั้ง ตรวจการบ้านผู้เรียนพร้อมให้การสะท้อนกลับ (feedback) เปลี่ยนรูปแบบเน้นการคิด ให้ผู้เรียนวิพากษ์สิ่งที่ได้จาก AI มีข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นความคิดของผู้เรียนเอง พร้อมกับให้ผู้เรียนแบ่งปันให้เพื่อนในห้องเรียนฟัง โดยครูให้คำแนะนำเพิ่มเติม ทำให้ผู้เรียนตระหนักว่า AI มีข้อจำกัด เห็นวิธีใช้ที่หลากหลาย เป็นต้น เช่นนี้แล้ว AI จะเป็นเครื่องมืออย่างดีในการช่วยพัฒนาทักษะการคิดให้กับผู้เรียน โดยมีครูเป็นผู้ออกแบบวิธีการเรียนรู้
4.ครูปรับบทบาทเป็น “ผู้ชี้นำทางปัญญา”
นอกจากครูจะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่ผู้เรียน ปลดเปลื้องผู้เรียนจากความเขลาหรืออวิชชาแล้ว ครูยังทำหน้าที่และมีความรับผิดชอบที่สำคัญควรแก่การเคารพคือ การขัดเกลาผู้เรียนให้เป็นเหมือนอัญมณีงดงาม เป็นผู้ชี้นำทางปัญญา พาผู้เรียนให้พบกับความสว่างแห่งชีวิต เป็นผู้เรียนที่อารยะ คำว่า “ปัญญา” (เกรียงศักดิ์, 2541) เป็นมากกว่า “ความรู้” มี “ความรู้” อาจไม่มี “ปัญญา” มีปัญญาสำคัญเพราะจะนำไปสู่ “ความดี” ความดีจะมีไม่ได้เลย หากไม่มีปัญญา
การเข้าสู่ยุค AI ล้นหลาม ครูจำเป็นต้องปรับตัวทำงานร่วมกับ AI สามารถนำ AI มาเป็นผู้ช่วยทำให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปให้สุดศักยภาพมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2563). แผนการและนโยบาย
การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน. https://www.mhesi.go.th/index.php/content_page/item/3069-ai.html
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2540). มหาวิทยาลัยที่ทางแยก : จุดประกายวิสัยทัศน์
อุดมศึกษาไทยในอนาคต. กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.
________. (2541). คลื่นลูกที่ 5 ปราชญสังคม : สังคมไทยที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่
- กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.
________. (2564). ศาสนธรรมสร้างชาติ พลังพันธมิตรเพื่อชาติอารยะ. กรุงเทพฯ: ซัค
เซส พับลิชชิ่ง.
ไทยพีบีเอส. (2568). ปัญญาประดิษฐ์ (AI) : เทคโนโลยีอัจฉริยะแห่งยุค หรือภัยคุกคาม
การศึกษา ?. https://theactive.thaipbs.or.th/read/ai-literacy-in-teaching-and-learning
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). การประยุกต์ใช้ AI ใน
การจัดการเรียนรู้ ตัวอย่างแนวปฏิบัติของต่างประเทศ. https://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/2104-file.pdf
Stanford University. (n.d.). Understanding AI Literacy Available from
https://teachingcommons.stanford.edu/teaching-guides/artificial-intelligence-teaching-guide/understanding-ai-literacy