การก่อการร้ายสากล ภัยร้ายที่มิอาจมองข้าม

คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

คำว่า การก่อการร้ายสากล ไม่ใช่ศัพท์ใหม่ เป็นคำที่คุ้นหูโดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงหรือมักถูกโจมตีด้วยภัยร้ายนี้ ในยุคสมัยปัจจุบันมีเหตุการณ์ก่อการร้ายหลายครั้งที่คนทั้งหลายจดจำ และเหตุร้ายนี้ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอในบางประเทศ ตำราประวัติศาสตร์ให้ความรู้ว่าวิธีการนี้ถูกใช้นานนับพันปีแล้ว มีการสังหารเจ้าหน้าที่รัฐต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก เพื่อให้คนทั้งหลายเกิดความกลัว การลอบสังหารศัตรู เป้าหมายประการหนึ่งของการก่อการร้ายที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน ทำให้ขาดความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ประเทศไทยเคยเผชิญภัยก่อการร้ายสากลมาแล้วหลายครั้ง บางครั้งสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยผู้เตรียมก่อการได้ก่อนเกิด

เหตุ เหตุการณ์ที่ขึ้นเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่นานนี้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการก่อการร้าย ในยุคสมัยปัจจุบันและอนาคต การก่อการร้ายพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในหลายลักษณะ ดังนี้

ภัยก่อการร้ายจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น : ธรรมชาติอย่างหนึ่งของผู้ก่อการร้าย คือ พร้อมจะใช้อาวุธชนิดใดก็ได้เพื่อบรรลุเป้าหมาย บ่อยครั้งเป้าหมาย คือ ต้องการให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อเป้าหมายดังกล่าวผู้ก่อการร้ายอาจเลือกใช้อาวุธอำนาจทำลายร้ายแรง (weapon of mass destruction หรือ WMD) เช่น อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพและอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเหล่านี้นับวันจะมีอานุภาพร้ายแรง ประกอบใช้งานง่ายขึ้น วัสดุผลิตอาวุธเหล่านี้ หลายอย่างสามารถหาซื้อจากท้องตลาดหรือดัดแปลงได้โดยง่าย มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ยากต่อการตรวจจับ โอกาสที่จะถูกโจมตีด้วยอาวุธอำนาจทำลายร้ายแรง จึงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

การก่อการร้ายสามารถทำได้ด้วยวิธีหลากหลาย : ในอดีตการก่อการร้ายมักกระทำต่อร่างกายมนุษย์เป็นสำคัญ คือ ทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ การก่อการร้ายในอนาคตอาจมุ่งกระทำต่อภาคอื่นๆ ที่กระทบระบบเศรษฐกิจ กระทบวิถีการดำเนินชีวิต ยกตัวอย่าง หากผู้ก่อการร้ายสามารถเจาะเข้าระบบข้อมูลของธนาคารทำให้เงินในบัญชีของแต่ละคนผิดเพี้ยนไปจากเดิม เพียงเท่านี้ระบบเศรษฐกิจจะปั่นป่วนสร้างความเสียหายเป็นอันมาก การทำให้ระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตล่มในระยะยาวระดับหนึ่งจะส่งผลให้วิถีชีวิตคนวุ่นวาย

ผู้ก่อการร้ายจะมีหลายประเภท : ผู้ก่อการร้ายในอนาคตไม่จำกัดว่า คือ พวกที่ต่อต้านชาติตะวันตกอย่างที่บางคนมักนึกถึง ผู้ก่อการร้ายในอนาคตอาจเป็นขบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศใดๆ ที่ต้องการบั่นทอนความมั่นคงของอีกประเทศหนึ่ง อาจเป็นบริษัทเอกชนที่ใช้การก่อการร้ายเพื่อทำลายคู่แข่งทางธุรกิจของตนโดยที่ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งๆ ที่บริษัทเอกชนที่โจมตีไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายแก่ประชาชน แต่ผลที่เกิดขึ้นเหมือนผู้ก่อการร้ายที่กระทำต่อรัฐหรือต่อสังคมในวงกว้าง องค์กรอาชญากรรมอาจใช้การก่อการร้ายเป็นเครื่องมือบั่นทอนความมั่นคงของรัฐหรือแสวงหาประโยชน์จากสังคม

ไทยมีความเสี่ยงจากการก่อการร้ายมากขึ้น : ภัยก่อการร้ายนั้นมีอยู่จริง และมีโอกาสเกิดขึ้นทุกขณะ การอ้างว่ารัฐไทยไม่ใช่เป้าหมายของผู้ก่อการร้ายอาจสร้างความอุ่นใจได้บ้าง แต่ไม่ช่วยลดความเสี่ยง เพราะขบวนการก่อการร้ายจำนวนมากไม่สังกัดรัฐ บางรายอาจเป็นบริษัทเอกชน บางรายอาจเป็นองค์กรอาชญากรรม เมื่อมุ่งกระทำต่อเป้าหมายย่อมจะเลือกสถานที่ (ประเทศ) หรือจุดที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด

ภัยก่อการร้ายทางโลกไซเบอร์เป็นตัวอย่างความท้าทายที่ประเทศต่างๆ หน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ต่างมีความเสี่ยงที่จะเผชิญได้ตลอดเวลา ประสิทธิภาพของภัยคุกคามชนิดนี้เพิ่มขึ้นทุกขณะตามขีดความสามารถของเทคโนโลยี

การก่อการร้าย เป็นภัยร้ายที่มีอยู่จริง ประเทศไทยไม่อาจหลีกหนีได้โดยสมบูรณ์ ผู้ก่อการร้ายมาจากคนหลายกลุ่ม หลายจุดมุ่งหมายและการก่อการร้ายสามารถทำในหลายรูปแบบ มากกว่ารูปแบบการวางระเบิด การเป็นระเบิดพลีชีพ เป็นภัยคุกคามต่อทุกภาคส่วนของประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนทุกคน

โอกาสที่ไทยจะต้านภัยก่อการร้ายสากล ส่วนหนึ่งขึ้นกับการสร้างขีดความสามารถของภาครัฐและเอกชนที่มีความเสี่ยงสูงให้มีการป้องกันอย่างเป็นระบบ ก้าวทันเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และขึ้นกับการป้องกันป้องปรามด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จากประชาชนทุกคน ดังรายงานความมั่นคงแห่งชาติด้านโลกไซเบอร์ (cyberspace) ฉบับหนึ่งจากหน่วยงานสหรัฐ สรุปว่า ลำพังรัฐไม่อาจปกป้องสังคมให้ปลอดจากภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์ และรูปแบบการก่อการร้ายอื่นๆ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนทั้งชาติเช่นกัน

ความพยายามปิดข่าวอาจมีผลดีทำให้ผู้คนไม่แตกตื่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป แต่มีข้อเสีย คือ ทำให้สังคมไม่ตื่นตัวไม่เรียนรู้ และหากเกิดเหตุขึ้นจริงจะสร้างความเสียหายแก่ประเทศมหาศาล ประชาชนทั้งไทยและเทศจะตื่นตระหนกอย่างมากเพราะไม่ทันตั้งตัว และรัฐต้องมาจัดการแบบ วัวหายล้อมคอก

ในทางตรงข้าม หากสังคมไทยยอมรับว่าภัยคุกคามจากการก่อการร้ายสากลนั้นมีอยู่จริง มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ สังคมไทยจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการป้องกันตัวเอง สร้างการเตรียมพร้อม แนวป้องกันต่างๆ จะทำงานเต็มที่ คนต่างชาติที่มาเยือนหรือมาลงทุนมาทำงานในประเทศจะเสมือนหนึ่งคนไทยที่ต้องช่วยกันป้องกันภัยดังกล่าว

ในเวทีโลก ไทยมีนโยบายร่วมมือกับนานาชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อประโยชน์ร่วมกัน และต้องระลึกเสมอว่าขบวนการก่อการร้ายที่กระทำสำเร็จในประเทศหนึ่งจะกระตุ้นให้กระทำในประเทศอื่นต่อไป ในโลกที่เต็มด้วยภัยคุกคามจากการก่อการร้ายไม่มีประเทศใดที่ปราศจากความเสี่ยง สังคมที่ ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก คือ เกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด

“ผู้ก่อการร้ายในอนาคตอาจเป็นขบวนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศใด ๆ ที่ต้องการบั่นทอนความมั่นคงของอีกประเทศหนึ่ง”

?

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http://www.kriengsak.com