ทำไมต้องมีสถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute – NBI)

ท่านอาจเคยได้ยินมาว่า นับตั้งแต่ปี 1991 ประเทศญี่ปุ่นตกอยู่ในหลายทศวรรษที่หายไป (lost decades) ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะงักงันเป็นเวลายาวนาน และเพิ่งจะผงกหัวขึ้นมาได้บ้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่ผมจะแจ้งข่าวร้ายแก่ท่านว่า ประเทศไทยก็อยู่ใน lost decades เช่นกัน และอยู่มานานหลายทศวรรษ

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ที่หายไป โดยทศวรรษที่ 1 คือ ช่วงปี 2540 – 2550 เราเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ทศวรรษที่ 2 คือ ช่วงปี 2550 – 2560 เราเข้าสู่วิกฤตการเมืองซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจ และเรากำลังเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ซึ่งผมคาดว่า ประเทศไทยอาจจะเกิดวิกฤตสังคมซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตการเมือง โดยแสดงชัดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ผมคิดว่าเราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศชาติถดถอยต่อไปอีกได้ เราจึงต้องลุกขึ้นมาแก้วิกฤตทั้ง 3 และทางที่ดีที่สุด คือ การมีส่วนในการสร้างชาติ

ประเทศไทยสร้างรัฐสำเร็จแล้วมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 แต่ยังสร้างชาติไม่เสร็จ เพราะการสร้างชาติ คือ การสร้างศูนย์รวมใจคนด้วยอุดมการณ์แห่งชาติ แต่ประเทศไทยยังไม่มีอุดมการณ์แห่งชาติหรือระบบคิดหรือหลักคิดเบื้องหลังที่ชัดเจน ที่คอยผลักดันหรือจูงใจให้คนในชาติบรรลุความปรารถนาสูงสุดร่วมกัน

หากเราต้องการเห็นอุดมการณ์แห่งชาติและคาดหวังผลลัพธ์จากการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงประเทศมากกว่าที่เคยมี เคยเป็น เคยทำ เราต้องลงแรงคิด ใช้สติปัญญา และลงมือทำในระดับที่มากกว่าเดิม ซึ่งสถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute – NBI) เป็นรูปธรรมของความพยายามของผม ที่ลงแรงคิด ลงมือทำ ในระดับที่มากกว่าเดิม

ไม่มีสถาบันการสร้างชาติแล้วสร้างชาติไม่ได้หรือ? ทำไมต้องมีสถาบันการสร้างชาติ? เป็นคำถามที่ผมได้ยินมาตลอด จึงขออธิบายเหตุผลและให้คำตอบไว้ดังต่อไปนี้

ประการที่ 1 ประเทศไทยไม่สามารถสร้างอุดมการณ์ครอบจากบนลงล่างได้ จำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงจากล่างขึ้นบน เพราะประเทศไทยขาดแคลนนักการเมืองที่มีคุณภาพ ระบบการเมืองปิดกั้นคนดี เก่ง กล้า ขึ้นไปมีอำนาจรัฐ แต่หากมีบางคนขึ้นไปมีอำนาจได้โดยความบังเอิญ ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ ต่อให้ลี กวน ยูมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ก็ยังยากที่จะทำให้ประเทศเคลื่อนไปข้างหน้า

การสร้างชาติเป็นหน้าที่และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภาครัฐกิจ ธุรกิจ ประชากิจ ไม่ใช่ของภาคกิจใดภาคกิจหนึ่ง แต่ต้องร่วมมือกัน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ สู่เป้าหมายการสร้างชาติร่วมกัน โดยสถาบันการสร้างชาติพยายามทำให้ภาครัฐกิจ ธุรกิจ ประชากิจ ร่วมมือกันอย่างบูรณาการเพื่อการสร้างชาติ โดยเริ่มต้นจากการจัดทำหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ ซึ่งนำผู้บริหารของทั้งสามภาคกิจ มาเรียนรู้และทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างชาติ

ทั้งนี้ การสร้างการเปลี่ยนแปลงจากล่างขึ้นบน เริ่มต้นจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางความคิด ผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์ เริ่มที่การต่อสู้ทางความคิด เปลี่ยนความคิดด้วยการโน้มน้าวใจ ให้เหตุผล ทำเป็นแบบอย่างให้ดู เมื่อคนเปลี่ยนความคิด ก็จะสามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้

ประการที่ 2 ยังไม่มีประเทศใดในโลกจัดตั้งสถาบันการสร้างชาติ เนื่องจากเป็นโมเดลใหม่ที่ผมคิดค้นขึ้น จากการตกผลึกทางความคิดและประสบการณ์จากการศึกษาและการทำงานใน 4 ทวีปหลักของโลก (อเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย) ด้วยระยะเวลาทำงาน 40 ปีหลังจบปริญญาเอกมา ผมพยายามค้นหามหาวิทยาลัยที่สอนศาสตร์แห่งการสร้างชาติ แต่ผมก็ยังไม่พบ เพราะศาสตร์การสร้างชาตินั้น ต้องอาศัยการบูรณาการสหวิทยาการเข้าด้วยกัน ผมจึงต้องริเริ่มออกแบบหลักสูตรและสร้างสถาบันการสร้างชาติขึ้นมาเอง

สถาบันการสร้างชาติถูกก่อตั้งเป็นองค์กรขับเคลื่อนหลัก เพื่อบุกเบิกการเรียนรู้ศาสตร์การสร้างชาติ เป็นแหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอุดมการณ์ความรักชาติให้กับคนในสังคม เป็นแหล่งสร้าง ‘แกนนำคนสร้างชาติ’ และก่อกำเนิด ‘ชุมชนสร้างชาติ’ เพื่อช่วยกันดำเนินการตามพิมพ์เขียวการสร้างชาติที่ยอมรับร่วมกัน

มากกว่านั้น ผมได้วางแผนสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยและโลกในระยะยาว  ด้วยการสร้าง “มหาวิทยาลัยการสร้างชาติ (Nation-Building University)” ในอนาคต โดยตั้งเป้าให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก หรือเป็นฮาร์วาร์ดแห่งเอเชีย (Harvard of Asia) ที่เน้นการศึกษาศาสตร์และศิลป์การสร้างชาติอย่างบูรณาการ

ประการที่ 3 ความเป็นสถาบันจะนำไปสู่ความยั่งยืน เอาชนะเหนือกาลเวลา การจัดตั้งสถาบันการสร้างชาติเป็นความพยายามสร้างความเป็นสถาบันของขบวนการสร้างชาติ กล่าวคือ ทำให้การขับเคลื่อนการสร้างชาตินั้นอยู่ยั่งยืนยาวนาน โดยไม่ขึ้นกับตัวบุคคล เป็นความสามารถในการสืบทอดโครงสร้าง แนวคิด กฎเกณฑ์ ประเพณีปฏิบัติ ฐานเงินทุน ท่วงทำนอง จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ โดยไม่ขาดตอน ทำให้อยู่รอดและอยู่ยาวนาน

สถาบันการสร้างชาติจะเป็นเสมือนเสาหลักในการพัฒนาองค์ความรู้และกำกับทิศทางการสร้างชาติ เพื่อให้อุดมการณ์และแนวทางการสร้างชาติจะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต ทำให้ทิศทางการสร้างชาติมีความสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสังคม ประเทศ และโลกในอนาคต สถาบันฯ ยังเป็นแกนในการจัดตั้งสถาบัน วิทยาลัย และศูนย์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างชาติอย่างเจาะจง อาทิ สถาบันการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Institute) สถาบันอาหารโลก (World Food Institute) วิทยาลัยส่งเสริมสมรรถนะขั้นพื้นฐานสากล (Universal Basic Competency College) ศูนย์ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจน (Poverty Eradication Centre) ฯลฯ

สถาบันการสร้างชาติยังทำหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดชุมชนนักสร้างชาติที่รวมตัวกันเป็นมวลชนจำนวนมากที่มีพลัง ขยายออกทั้งในมิติพื้นที่ ประเด็น กลุ่มคน โดยสนับสนุนการจัดตั้งชมรมการสร้างชาติครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ซอย ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด ครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งการศึกษา สาธารณสุข การค้า สิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน เป็นต้น และครอบคลุมทุกกลุ่มคน ทุกวัย โดยชุมชนสร้างชาติทุกกลุ่มอยู่ภายใต้โครงสร้างใหญ่ คือ คณะกรรมการการสร้างชาติภายใต้สภาการสร้างชาติ

สถาบันการสร้างชาติต้องการรับภาระจะเป็นสถาบันหลักของชาติในการสร้างผู้นำที่ มีทั้งภาวะการนำ ภาวะการบริหาร และภาวะคุณธรรม มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมอารยะเป็นมรดกทิ้งไว้ให้แก่ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป บรรพบุรุษของเราสละชีพสละเนื้อเพื่อชาติ คนรุ่นเราจะสละความรู้ความสามารถสานต่ออุดมการณ์สร้างชาติ วางรากฐาน เป็นไหล่ให้คนรุ่นใหม่เหยียบขึ้นไปในอนาคต ด้วยการวาดวิสัยทัศน์กว้างไกลว่า ประเทศไทยจะเป็นต้นแบบนานาอารยะประเทศในอนาคต

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
kriengsak@kriengsak.comhttp://www.kriengsak.com

Read More

เก่งจริง ต้องร่วมทีมได้

         คนเก่งที่ทำงานเป็นทีมร่วมกับคนอื่นไม่ได้ มักไม่เป็นที่ต้องการ เพราะความสำเร็จของงาน คือ ความสำเร็จของทีม…ไม่ใช่ของคน ๆ เดียว
         ที่ผ่านมา ผมบังเอิญได้เห็นเวบไซต์หนึ่ง ซึ่งได้จัดทำ info graphic กล่าวถึง “นิสัยไทย ๆ ที่ทำให้ไทยไม่พัฒนา” มี 8 ลักษณะนิสัย ได้แก่

(more…)

Read More

นำเก่ง ต้อง ?สร้างคน? ได้

?ถ้าการกระทำของคุณสร้างแรงบันดาลใจให้คนภายใต้ ..มีฝันที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เรียนรู้ได้เพิ่มขึ้น ทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น และทำหน้าที่ในบทบาทต่าง ๆ ได้หลากหลายขึ้น ..คุณคือผู้นำ? จอห์น ควินซี อดัมส์ (John Quincy Adams) ประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวข้อความข้างต้นไว้ สะท้อนบทบาทสำคัญประการหนึ่งของผู้นำ นั่นคือ ผู้นำต้อง ?สร้างคน? (more…)

Read More

แบบอย่างผู้นำ ‘ไร้อีโก้’ เพิ่มพลังทีม

คนเก่งที่ทำงานเป็นทีมร่วมกับคนอื่นไม่ได้ มักไม่เป็นที่ต้องการ เพราะความสำเร็จของงาน คือ ความสำเร็จของทีม…ไม่ใช่ของคน ๆ เดียว

คำกล่าวข้างต้นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ในองค์กรการทำงาน ถ้าหน่วยงานนั้นมี 2 คนขึ้นไป ย่อมต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม และทีมงานที่แข็งแกร่ง ประสานงาน ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ย่อมมีพลังในการขับเคลื่อนองค์กรบรรลุเป้าหมาย และฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ ได้ (more…)

Read More

‘นำได้’ ดีกว่า ‘ได้นำ’

…อย่าก้าวสู่ตำแหน่ง ?ผู้นำ? เพียงเพราะทำงานมานาน
ดร.วินซ์ โมรินาโร (Vince Molinaro) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ กล่าวถึงผู้นำที่เลวร้าย 10แบบที่ลูกน้องอยากจะร้องตะโกนออกมา ได้แก่

1. ผู้นำไร้ความสามารถ (Incompetent leaders) ผู้นำที่ดึงดันจะนำ คิดว่าตัวเอง ?ยิ่งใหญ่? เก่งกล้าเหนือกว่าใคร ด้วยการตัดสินใจที่โง่เขลา และจบลงด้วยการทิ้งร่องรอยความหายนะไว้ให้กับองค์กร (more…)

Read More

ผู้นำต้องมีความเป็นมืออาชีพ

ภาษิตโบราณบทหนึ่งได้กล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า ?กองทัพแกะที่นำโดยสิงโตย่อมชนะกองทัพสิงโตที่นำโดยแกะ? (An army of sheep led by a lion would defeat an army of lions led by a sheep.)

การมีผู้นำที่มีคุณลักษณะเหมาะสมอยู่ในตำแหน่ง หรือ เป็นแกนนำขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับต่าง ๆ นับว่ามีความสำคัญ ด้วยว่าผู้นำ หรือ แกนนำเหล่านี้จะส่งเสริมให้ประเทศชาติ สังคม และหน่วยงาน/องค์กร สามารถขับเคลื่อนภารกิจการงานให้บรรลุสู่ความสำเร็จ คนกลุ่มต่าง ๆ ให้การยอมรับ เกิดพลังแรงร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการจัดการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติกิจการงานร่วมกัน สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติ สังคม และหน่วยงาน/องค์กรให้เกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง (more…)

Read More