000008002627Large

เปลี่ยนคน ‘อวดเก่ง’ เป็น ‘ทีมแกร่ง’

เมื่อคนเก่งมารวมตัวกัน อาจเป็น ‘ทีมที่แย่ที่สุด’!!!

ข้อสรุปหนึ่งที่ผมได้รับจากประสบการณ์ทำงานเป็นทีม ในคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ ผู้มีตำแหน่งสูง ๆ มักจะขับเคลื่อนงานด้วยความยากลำบาก เพราะแต่ละท่านมักมีวาระของตน พยายามนำเสนอความคิดเห็นของตนเองให้ทุกคนยอมรับ แต่กลับไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทำให้ไม่สามารถได้ข้อสรุปที่เป็นข้อตกลงของทุกคนในทีมได้

ปัญหาที่เกิดจากทีมงานที่มี ‘อีโก้สูง’ มีอยู่ทั่วไป เดวิด บรู๊กซ์ (David Brooks) คอลัมนิสต์นิวยอร์กไทมส์ กล่าวไว้ในรายการ Charlie Rose ว่า บางครั้งมีคนฉลาดมากเกินไป ก็กลายเป็นปัญหา เขาชี้ให้เห็นว่าความยากลำบากในการบริหารงานของรัฐบาลโอบามา สาเหตุเกิดจากทีมนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศที่ล้วนแต่มีคนเก่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สติปัญญาที่เฉลียวฉลาด แต่อยู่ที่คนเหล่านี้มักยึดติดในความคิดตนเอง พวกเขาปักใจเชื่อมั่นว่าความคิดของตนเองนั้น ‘ดีกว่า’ มีเหตุผลหนักแน่นกว่า ความคิดของเพื่อนร่วมงาน

เป็นความจริงที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเป็นผู้ชนะได้ บนความพ่ายแพ้ของทีม”

ดังนั้น หากต้องการเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทำงาน ผู้นำทีมต้องมีศิลปะในการสลายอีโก้เป็น “พลังทีม’ ต้องไม่ใช้วิธีที่รุนแรง หรือจัดการแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ด้วยความเข้าใจในเบื้องต้นว่า คนที่ขับเคลื่อนด้วยอีโก้นั้น มักจะมีปัญหาความไม่มั่นคงในใจ เกิดความรู้สึกกลัวล้มเหลว กลัวไม่ได้รับการยอมรับ ชอบเป็นผู้ชนะ ชอบอยู่เหนือคนอื่น ฯลฯ ซึ่งบดบังศักยภาพหรือความเก่งกาจสามารถที่ดีในตัวเองลงไป

ในการดึงพลังเหล่านี้ออกมาใช้ประโยชน์ในการสร้างทีมให้แข็งแกร่ง ผู้นำทีมจำเป็นต้องจัดการโน้มน้าวความคิด โน้มน้าวใจ ที่ทำให้เขายินยอมพร้อมใจที่จะลดอีโก้ของตัวเองลง และประสานพลังในทีม อาทิ

แสดงการยอมรับและเห็นคุณค่าทุกคนในทีม ผู้นำทีมมีหน้าที่ในทำให้ทุกคนในทีมปลดปล่อยพลังในตนเองออกมา ประสานกันเพื่อสร้างพลังทวีคูณไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน ผู้นำทีมจึงต้องมองเห็นและเชื่อมั่นในส่วนดีของทุกคนในทีม แม้คน ๆ นั้นมีอีโก้สูง แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ย่อมต้องมีความเก่งกาจสามารถบางด้าน ดังนั้น จึงไม่ควรพุ่งเป้าไปที่การกำจัดจุดอ่อน แต่พุ่งเป้าไปที่การหาวิธีดึงจุดแข็งมาใช้ประโยชน์ต่อทีมให้ได้มากที่สุด การแสดงออกจึงต้องเป็นการยอมรับและเห็นคุณค่าของทุกคนในทีม ให้เกียรติทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม
สื่อสาร ‘จูงใจ’ ให้ ‘เต็มใจ’ ทำเพื่อทีม จำไว้ว่า อีโก้นั้นบอบบาง เจ็บปวดง่าย และพร้อมที่จะต่อสู้และเป็นศัตรูกับทุกคนที่คิดว่าจะเข้ามาทำร้ายตน ดังนั้น จึงต้องระวังตั้งแต่เริ่มต้น อย่าสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น ไมเคิล รูนนี่ (Michael Rooni) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่ดึงดูดใจให้คำแนะนำว่า ในการสื่อสารกับคนที่มีอีโก้สูงจะต้องใช้คำพูดสื่อสารที่ดึงดูดให้พวกเขา ‘อยากฟัง’ และ ‘ทำตาม’ ยกตัวอย่างเช่น

ใช้การขอร้องแทนการใช้คำสั่ง แสดงการให้เกียรติ ด้วยการใช้คำที่ฟังแล้วอยากให้ความร่วมมือ แทนการสั่งการด้วยอำนาจ เช่น “ผมหวังว่า พวกเราทุกคนจะแสดงฝีมือในงานนี้ร่วมกันอย่างเต็มที่” “งานนี้สำคัญอย่างยิ่ง ผมขอร้องให้พวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำให้สำเร็จ” แทนการสั่งว่า “พวกคุณต้องทำให้เสร็จ ไม่งั้นคุณเสร็จแน่!!” หรือ “ผมคิดว่า คงไม่มีใครดีแต่พูด แต่ไม่ทำจริงเหมือนที่ผ่าน ๆ มาหรอกนะ” คำพูดเช่นนี้ เท่ากับจุดไฟอีโก้ในตัวทีมงานให้ลุกโชนขึ้น จนอาจทำให้ทั้งงานนี้และงานต่อ ๆ ไปล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะนอกจากไม่ได้รับความร่วมมือแล้ว เรายังถูกบั่นทอนอำนาจด้วยวิธีต่าง ๆ ได้

สื่อสารในประเด็นที่ต้องการ ไม่โจมตีตัวบุคคล การที่เราไปต่อว่าพฤติกรรมที่ไม่ดีของเขาตรง ๆ อาจนำไปสู่การต่อต้าน ทำให้เกิดการวางตัวเป็นศัตรูอย่างเต็มรูปแบบ ต่อไปไม่ว่าเราจะทำอะไร เขาจะต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เห็นด้วย โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่หัวหน้าคิดหรือทำนั้นดีหรือมีประโยชน์ต่อองค์กรเพียงใด ดังนั้น จึงต้องระมัดระวัง อย่าบอกว่าพวกเขาคิดผิด คิดไม่เป็น คิดตื้นเขิน อย่าแสดงอาการดูถูกเหยียดหยาม ทำเป็นไม่สนใจ หรือกดดันให้ทีมงานยอมรับในความคิดที่ผิด ๆ ของพวกเขา เพราะหากเราทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง จากการ ‘เสียหน้า’ ได้ ในทางที่ดีกว่า แทนที่จะโต้แย้งว่าใครคิดผิด อย่างไร ให้สื่อสารด้วยการนำเสนอเหตุผล ข้อเท็จจริง และมุมมองใหม่ ๆ เพื่อดึงให้ทุกคนออกจากที่เดิม และหันมามองความเป็นไปได้ร่วมกัน ทำให้อีโก้ของทุกคนไม่ถูกทำให้ขุ่นเคือง ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสรุปที่ยอมรับร่วมกันได้

คำพูดที่สุภาพอ่อนน้อม ให้เกียรติ ยอมรับ เห็นคุณค่าและส่วนดีของทุกคน จะช่วยให้คนที่มี ‘อีโก้สูง’ ยอมรับในตัวเรา และเรียนรู้ที่จะยอมรับคนอื่น ๆ ในทีม ยินดีให้ความร่วมมือไปสู่เป้าหมายร่วมกันต่อไป

 

ที่มา: งานวันนี้
ปีที่ 17 ฉบับที่ 730 วันที่ 24-31 มีนาคม 2558

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http://www.kriengsak.com

แหล่งที่มาของภาพ : http://philmckinney.com/wp/wp-content/uploads/2012/05/iStock_000008002627Large.jpg