sharing_economy_social_five

อนาคตเศรษฐกิจโลก (3): เศรษฐกิจบนฐานฝูงชน

    ปัจจุบันสัดส่วนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยคาดว่าในปี ค.ศ. 2020 อุปกรณ์ 5 หมื่นล้านเครื่องจะถูกเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และคนๆ หนึ่งจะมีอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 6.85 ชิ้นต่อคนในปี ค.ศ.2020 เพิ่มขึ้นจาก 1.84 ชิ้นต่อคนในปี ค.ศ.2010 อุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่อุปกรณ์ในบ้าน สำนักงาน ของใช้ส่วนตัว ยานพาหนะ ไปจนถึงอุปกรณ์ในพื้นที่สาธารณะ จะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว (The Internet of things) 

    การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ นี่เอง ทำให้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นมาตรฐานทั่วไปในการทำธุรกิจ ตั้งแต่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ (e-marketing) การสั่งซื้อสินค้าและบริการ (e-purchasing) การชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ (e-payment) การส่งมอบสินค้า (เช่น e-book, e-newspaper, e-movie) การให้บริการผ่านเครือข่ายออนไลน์ (เช่น e-banking, e-trade) เป็นต้น 
    มูลค่าของเศรษฐกิจอิเล็กทรอนิกส์จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ปัจจุบันการค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราการขยายตัวสูง1  เช่น ในสหรัฐฯ ขยายตัว 4 เท่าระหว่างปี ค.ศ. 2003 ถึง 2011 หรือในจีนที่ขยายตัวถึงร้อยละ 120 ต่อปี และรายได้จากการขายแบบออนไลน์จะเพิ่มขึ้นจาก 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็น 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปีข้างหน้า2  
    การเพิ่มจำนวนของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ปรากฏการณ์อินเตอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และการขยายตัวของเศรษฐกิจอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้เศรษฐกิจโลกจะมีลักษณะที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานฝูงชน (Crowd economy) มากขึ้นให้อนาคต โดยเศรษฐกิจบนฐานฝูงชนในที่นี้หมายถึง ระบบเศรษฐกิจที่มีพลวัตรของบุคคลที่ทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย3  
    เศรษฐกิจบนฐานฝูงชนนี้มีองค์ประกอบ 5 ประการ คือ
    1) คน (The people): คนเป็นศูนย์กลาง และกระจายกิจกรรมต่าง ๆ ให้ฝูงชนช่วยดำเนินการ
    2) วัตถุประสงค์ (The purpose): เพื่อประโยชน์ร่วมกัน
    3) แพลตฟอร์ม (The platform): มีช่องทางในการปฏิสัมพันธ์และสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ
    4) การมีส่วนร่วม (The participation): ทุกคนมีส่วนร่วมและช่วยกันสร้าง (co-creation)
    5) การมีผลิตภาพ (The productivity): กระบวนการดีขึ้น เร็วขึ้น ประหยัด ประสิทธิภาพสูงขึ้น
    ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของเศรษฐกิจบนฐานฝูงชน ได้แก่ การร่วมระดมเงินทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) ผ่านกิจกรรมการท้าให้นำน้ำแข็งมาราดศีรษะ (Ice Bucket Challenge) ผู้คนจำนวนมากได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ (The people) และท้าทายเพื่อนของตนให้เข้าร่วม (The participation) โดยอาศัยกลไกของเครือข่ายทางสังคมและสื่อสังคมออนไลน์แพร่กระจายกิจกรรมนี้ (The platform) เพื่อทำให้เกิดความตระหนักถึงความร้ายแรงของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (The purpose) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ สมาคม ALS ใช้เวลาเพียง 1 เดือน (29 ก.ค. ถึง 29 ส.ค.2557) ระดมเงินบริจาคได้มากกว่า 2 เท่าของยอดเงินบริจาคปรกติตลอดทั้งปีที่ได้ 64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (The productivity)4  เป็นต้น
    การเกิดขึ้นของระบบเศรษฐกิจบนฐานฝูงชนนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและธุรกิจ โดยผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่ลดลง เช่น ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส (Open Source Software) ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่เปิดให้ใช้ฟรีและยังเปิดช่องให้เข้ามาร่วมพัฒนาได้ด้วย 
    ขณะที่ภาคธุรกิจได้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบนฐานฝูงชน (crowd technology) เช่น Uber ที่มีบริการ UberX นำคนที่มี ‘รถ’ และ ‘เวลาว่าง’ มาขับรถไปส่งผู้โดยสาร เป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับเจ้าของรถ หรือ การแบ่งปันห้องพักในบ้านโดยเก็บค่าเช่าจากนักท่องเที่ยว เป็นต้น 
    นอกจากนี้ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจที่มีแนวความคิด แต่ไม่มีแหล่งเงินทุน อาจใช้วิธี Crowd funding ระดมทุนทำธุรกิจผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โดยในต่างประเทศมีเว็บไซต์ลักษณะนี้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Kickstarter, Pledge Music หรือ Invested.in เป็นต้น 
    เราจะเห็นว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก รูปแบบการทำธุรกิจแตกต่างไปจากอดีต ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าสามารถมองเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นและสามารถปรับตัวให้เข้าความเปลี่ยนแปลงนี้ได้มากน้อยเพียงใด 

ภาพที่ 1 องค์ประกอบ 5 ประการของเศรษฐกิจบนฐานฝูงชน (Crowd economy)

5PsLayout8.5x11_for-website

ที่มา: http://crowdsourcingweek.com/5ps-of-the-crowd-economy/

 ภาพที่ 2 กิจกรรม Ice Bucket Challenge

140819-ice-bucket-challenge-1949_899e03e1c58b45b56812f96bc79680a6
ที่มา: http://www.trendmizi.com/ต้นกำเนิด- ice-bucket-challenge/

ภาพที่ 3 แท็กซี่ Uber

Uber-Black
ที่มา: http://specphone.com/web/app-รีวิว-uber-แอพเรียก-taxi-สุดพรีเมียม-พร้อมเครดิตนั่งฟรี-300-บาท/105168

ภาพที่ 4 ตัวอย่างโครงการที่ระดมทุนโดยใช้ kickstarter

Screen-Shot-2557-08-28-at-8.07.05-PM
ที่มา: http://www.9kriangsak.com/kickstarter-คือ-อะไร/

1Dobbs, R., Chen, Y., Orr, G., Manyika, J., Chui, M. and Chang, E. (2013). China’s e-tail revolution: Online shopping as catalyst for growth. Retrieved 20 July 2015, from http://www.mckinsey.com/insights/asia-pacific/china_e-tailing
2Lesser, A. (2013). What the internet of things means for cleantech. Retrieved 20 July 2015, from http://govcon.net/downloads/what-the-internet-of-things-means-for-cleantech.pdf
3Nekaj, E. (2014). Forget the sharing economy, it's time for the crowd economy – Virgin.com. Retrieved 20 July 2015, from http://www.virgin.com/entrepreneur/forget-the-sharing-economy-its-time-for-the-crowd-economy
4ไทยรัฐออนไลน์ (2557). Ice Bucket Challenge ระดมเงินบริจาคช่วย ALS ทะลุ 100 ล้านเหรียญฯ – ไทยรัฐ. สืบค้น 20 ก.ค.2558 จาก http://www.thairath.co.th/content/446924

 
ที่มา: Mix Magazine
November 2015
 
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
 

แหล่งที่มาของภาพ : https://lh3.googleusercontent.com/-1mD-xR1mP3s/U4xY1aVsGQI/AAAAAAAAgLk/OVjCXvOtVvE/w800-h800/sharing_economy_social_five.jpg