14670894082_7889ca9bd7_z

อนาคตเศรษฐกิจโลก (1) : เศรษฐกิจที่มีหลายขั้วอำนาจ

    เมื่อไม่นานนี้ ผมได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรกล่าวปาฐกถาเปิดการประชุมระหว่างประเทศเกี่ยวกับศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ ในหัวข้อเรื่อง “เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ” ณ ประเทศสเปน ซึ่งจัดโดยสถาบันเพื่อการสร้างและพัฒนาธุรกิจ หอการค้าสเปน ภายใต้การมอบหมายของสหภาพยุโรป ผมเห็นว่ามีหลายประเด็นที่จะเป็นประโยชน์จึงอยากจะนำมาแบ่งปันแก่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ 

    เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจากผลของปัจจัยต่างๆ เช่น โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะเกิดขึ้น คือ การเปลี่ยนแปลงจากโลกที่มีขั้วอำนาจเดียวเป็นโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น 
    1) อำนาจทางเศรษฐกิจจะย้ายจากประเทศพัฒนาแล้วไปยังประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
    ในอนาคต ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเศรษฐกิจเกิดใหม่ มีแนวโน้มจะแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีการคาดการณ์ว่าจีดีพีของกลุ่ม BRICS (ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) จะเท่ากับจีดีพีของกลุ่ม G7 (ประกอบด้วยสหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมัน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลีและแคนาดา) ในปีค.ศ.2032 (O’Neill and Stupnytska, 2009) และในปีค.ศ.2050 กลุ่ม E7 (ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน อินโดนีเซีย เม็กซิโกและตุรกี) จะมีจีดีพีใหญ่กว่ากลุ่ม G7 ถึง 2 เท่า (PwC Global Annual Review, 2014) (ภาพที่ 1)
    2) ศูนย์กลางเศรษฐกิจจะย้ายจากตะวันตกสู่ตะวันออก 
    ผมได้เริ่มชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่ ตุลาคม พ.ศ.2555 เมื่อครั้งไปอธิปรายเรื่อง "How to make ASEAN as a Centre of Growth and Production Hub?" ในงาน MFAIC-MOC-SNEC-ERIA-Harvard Symposium ซึ่งจัดในหัวข้อ "Realizing a More Integrated, Competitive, Equitable, and Resilient ASEAN Community" ที่กัมพูชา ว่าศตวรรษที่ 21 ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นศตวรรษของเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Century) ในทำนองเดียวกับที่ศตวรรษที่ 19 และ 20 เป็นศตวรรษของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียคาดการณ์ว่า ในปีค.ศ.2050 เอเชียจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลิตภัณฑ์มวลในประเทศ (จีดีพี) ของเอเชียจะขยายตัวจากร้อยละ 24 ในปี ค.ศ.2000 เป็นประมาณร้อยละ 50 ของจีดีพีโลก ในปี ค.ศ.2050 ซึ่งร้อยละ 46 เป็นส่วนแบ่งของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย (ตารางที่ 1)
 

ตารางที่ 1: ส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์มวลในประเทศของภูมิภาคต่างๆ ในระดับโลก (ร้อยละ) 
capture-20160201-105625

* ข้อมูลปี 2015, 2030, 2050 เป็นข้อมูลการคาดการณ์ (1) ยุโรปกลาง รวมประเทศตุรกีและประเทศอื่นๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน เช่น โครเอเชีย สโลวีเนีย มอนเตเนโกร (2) กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS) ประกอบด้วย อาร์มีเนีย จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน มอลโดวา รัสเซีย ยูเครน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน 
ที่มา: Buiter and Rahbari (2011)

    3) ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันจะเพิ่มขึ้น 
    การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันเองจะเพิ่มสูงขึ้น โดยประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะมีมูลค่าการส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21 และ 18 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 40 และ 29 ในปี 2573 ขณะที่ 1 ใน 3 ของการลงทุนในประเทศกำลังพัฒนามาจากประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันเอง ปัจจัยที่ทำให้การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น คือ การจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างเศรษฐกิจเกิดใหม่จะเพิ่มขึ้น และนโยบายของจีนที่ส่งเสริมให้ธุรกิจจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น 
ผลที่ตามมาจากการที่โลกมีหลายขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ คือ การแข่งขันทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นในเศรษฐกิจเกิดใหม่ เงินทุนจะไหลไปยังประเทศเหล่านี้ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่และมีอัตราการขยายตัวสูง ทำให้มีโอกาสให้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่า นอกจากนี้การพัฒนาของเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลกที่สามารถขยายตลาดไปยังประเทศเหล่านี้ได้ด้วย

ภาพที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในอำนาจทางเศรษฐกิจโลก

a1
ที่มา: PwC Analysis, PwC Publication: The World in 2050, The BRICs and beyond: prospects, challenges and opportunities, January 2013


ภาพที่ 2 การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS Summit ครั้งที่ 6 ในวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2557 ที่ประเทศบราซิล

14670894082_7889ca9bd7_z
ที่มา: https://www.flickr.com/photos/blogplanalto/14670894082/in/photostream/

ภาพที่ 3 ความสัมพันธ์ของการรวมกลุ่มของประเทศต่างๆ ในเอเชีย

Supranational_Asian_Bodies
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Template:Supranational_Asian_Bodies

ภาพที่ 4 การประชุมกลุ่ม G7 ที่ประเทศเยอรมัน วันที่ 7 – 8 มิ.ย.2558

18578221286_96da10eff0_z
ที่มา: https://www.flickr.com/photos/number10gov/18578221286

ที่มา: Mix Magazine
September 2015
 
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
 

แหล่งที่มาของภาพ : http://sharpmindsolutions.com/wp-content/uploads/2014/02/Fotolia_33826787_M.jpg