1070176

นักวิจัยฮาร์วาร์ดนำเสนอ 100 รายชื่อผู้บริจาคมากที่สุดของจีน

ปัจจุบันจีนถือเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญประเทศหนึ่งของโลก และด้วยการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจดังกล่าวนี้ส่งผลทำให้จีนมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐีมากขึ้น อาทิ แจ็ค หม่า (Jack Ma) นักธุรกิจรุ่นใหม่เจ้าของธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) อาลีบาบา (Alibaba) มหาเศรษฐีอันดับต้นของจีน และเป็นเจ้าของธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

การมีกลุ่มคนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐกิจมากขึ้นของจีนดังกล่าวนี้เป็นความน่าสนใจของฮาร์วาร์ด ล่าสุดนักวิจัยของศูนย์ที่ผมเคยสังกัดชื่อศูนย์แอชเพื่อธรรมาภิบาลประชาธิปไตยและนวัตกรรม (Ash Center for Democratic Governance and Innovation) ภายใต้สังกัดวิทยาลัยเคนเนดี้สคูลแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Kennedy School) ได้สร้างนวัตกรรมจัดทำแผนที่กิจกรรมการกุศลของผู้บริจาคมากที่สุด 100 อันดับแรกของจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland China) ปี ค.ศ. 2015 และนำเสนอผลการศึกษาในช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา โดยการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงลักษณะ รูปแบบ และแนวโน้มการบริจาคของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐีของจีน 

ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริจาค 100 อันดับแรกของจีนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย อายุเฉลี่ย 54 ปี และมาจากจังหวัดที่มั่งคั่งร่ำรวย อาทิ กวางตุ้ง (Guangdong) ปักกิ่ง (Beijing) และฝูเจี้ยน (Fujian) อันเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมทางการค้าและกิจกรรมของรัฐเป็นจำนวนมาก โดยผู้บริจาคกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะบริจาคให้กับหน่วยงานหรือองค์กรในจังหวัดบ้านเกิดของตน สะท้อนนัยยะว่าพื้นที่ยากจน อาทิ ทิเบต (Tibet) ซินเจียง (Xinjiang) ยูนนาน (Yunnan) จะไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากการบริจาคเหล่านี้มากนัก 

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบอีกว่า การบริจาคจำนวนมากสุดเป็นการบริจาคเพื่อการศึกษาให้แก่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาและเป็นทุนสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ แต่ข้อค้นพบที่น่าสังเกตคือ มีการบริจาคเพื่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยคาดหวังว่าข้อมูลการบริจาคดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยให้ผู้บริจาคในอนาคตสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการบริจาคของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

สะท้อนคิดมุมมอง ดร. แดน 
  
ปัจจุบันระบบการศึกษาของจีนจัดอยู่ระดับชั้นแนวหน้าของสำนักการจัดอับดับทั่วโลกหลายรายการ มีการพัฒนาสู่ความเป็นสากล มีมหาวิทยาลัยชั้นนำติดอันดับโลก และมีการสร้างความร่วมมือกับสถานศึกษาชั้นนำระดับโลกมากขึ้น การบริจาคเพื่อการศึกษาให้แก่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐีของจีน จึงเป็นจุดสังเกตที่น่าจับตามองของจีนยุคใหม่ หากลักษณะ รูปแบบ และแนวโน้มการบริจาคยังเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไป ผมคิดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้จีนผงาดขึ้นในอนาคต

ในทัศนะของผม ผลการวิจัยดังกล่าวนี้ไม่เพียงเป็นประโยชน์เฉพาะต่อตัวผู้บริจาคเองเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะนอกจากจะทำให้มองเห็นภาพรวมลักษณะ รูปแบบ และแนวโน้มการบริจาคของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐีของจีนแล้ว ยังสะท้อนนัยยะให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของจีนยุคสมัยปัจจุบัน ที่กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมพร้อมผลัดใบเข้าสู่ยุคใหม่ ด้วยการให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาเช่นเดียวกับหลายประเทศในอดีต อาทิ สิงคโปร์เริ่มต้นการสร้างชาติด้วยการสร้างคนผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนผ่านมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนโรงสร้างผู้นำระดับปัญญาชนของประเทศ ปัจจุบันสิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยชั้นนำติดอันดับโลกอยู่ 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore หรือ NUS) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technology University หรือ NTU) ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างผู้นำระดับปัญญาชนของสิงคโปร์ และเป็นแหล่งศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสิงคโปร์ได้เรียนรู้จากนักศึกษาเก่งจากต่างชาติ ตามวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ 

ประยุกต์สู่การศึกษาไทย

ผมเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนให้มีการบริจาคเพื่อการศึกษาอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อทำให้การบริจาคนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมอย่างแท้จริง แม้ว่าปัจจุบันภาครัฐจะมีการออกฎหมายเอื้อให้บริจาคเงินสนับสนุนการศึกษา เพื่อจูงใจให้คนบริจาคเงินให้แก่สถานศึกษามากขึ้นก็ตาม 

ระดับขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ผมเสนอให้ ภาครัฐควรมีการจัดทำทะเบียนสถานศึกษาทั่วประเทศที่ต้องการรับการบริจาคเรียงตามลำดับตั้งแต่มากสุดจนถึงน้อยสุด พร้อมกับออกแบบให้มีระบบกลางเสริมการบริจาคตรงเพื่อการรับบริจาค การบริจาคสนับสนุนการศึกษาต่อไปต้องเป็นการบริจาคตามความจำเป็นของสถานศึกษา โดยให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่บริหารจัดการช่วยเสริม ด้วยว่ายังมีสถานศึกษาทั่วประเทศอีกจำนวนมากที่มีความจำกัดด้านทรัพยากรและต้องการการสนับสนุน 

ระดับอุดมศึกษา ผมเสนอให้ พัฒนาช่องทางและสร้างนวัตกรรมหลากหลายในการรับบริจาค โดยอาจพัฒนาระบบเชื่อมต่อกับศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการระดมทุนเข้าสู่มหาวิทยาลัย ตามที่ผมเคยนำเสนอเอาไว้ในหลายเวที 

พร้อมกันนี้ ผมเสนอให้มีการมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคลที่บริจาคเพื่อการศึกษา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเพื่อจูงใจให้คนบริจาคเพื่อการศึกษาอีกทางหนึ่ง

ผมคิดว่า ประเทศไทยเป็นประเทศใจบุญ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำให้จุดแข็งความใจบุญของคนไทยมีส่วนเสริมสร้างและพัฒนาการศึกษาไทยอย่างมียุทธศาสตร์ครับ 

 


1Christina Pazzanese. China’s top 100 philantropists. [Online]. accessed March 28, 2016, available from http://news.harvard.edu/gazette/story/2016/01/chinas-top-100-philanthropists/


ที่มา: สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์
ปีที่ 63 ฉบับที่ 30 วันที่ ศุกร์ 8 – พฤหัสบดี 14 เมษายน 2559

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
kriengsak@kriengsak.com, http://www.kriengsak.com

แหล่งที่มาของภาพ :  http://www.dailynews.co.th/images/1070176?s=750×500

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>